ส้วมเป็นสิ่งสําคัญ
เป็นสถานที่ที่เราต้องเข้าไปใช้ทุกวัน วันหนึ่งไม่รู้กี่ครั้ง ดังนั้นความสะอาดและความสะดวกสบายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
และเป็นเรื่องที่คนญี่ปุ่นซีเรียสมากเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องส้วม
เทคโนโลยีของญี่ปุ่นก้าวล้ำนำสมัยมาก มีเทคโนโลยีต่างๆเกี่ยวกับส้วมเกิดขึ้นมามากมาย
เรามาดูกันว่าส้วมของญี่ปุ่นไฮเทคขนาดไหน ก่อนอื่นเรามาดูประวัติศาสตร์เกี่ยวกับส้วมญี่ปุ่นกันก่อน
ส้วมญี่ปุ่นก็คล้ายๆกับบ้านเราคือเริ่มจากส้วนหลุมซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่ตามชนบทบางแห่ง
ต่อมาก็เป็นส้วมที่ใช้นํ้าราด แล้วก็มาเป็นส้วมชักโครกซึ่งมีทั้งที่นั่งแบบญี่ปุ่นและนั่งแบบฝรั่ง
ส้วมนั่งแบบญี่ปุ่นหรือที่เราเรียกกันว่า washiki-toire จะมีลักษณะคล้าย
ๆ กับส้วมบ้านเรา คือเวลาใช้ต้องนั่งยองๆ เวลาเสร็จธุระก็ราดนํ้าถ้าปัจจุบันก็กดชักโครก
แต่ ส้วมญี่ปุ่นจะมีรูปร่างหน้าตาพิลึกกึกกือ ต่างจากส้วมบ้านเราอยู่นิดนึง
ซึ่งคนที่ไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกแล้วเจอห้องนํ้าที่มีส้วมแบบนี้จะงงว่าต้องใช้อย่างไร
ดูผ่านๆทุกอย่างก็เหมือนกับส้วมบ้านเรา เพียงแต่มีโจทย์ยากอยู่ข้อหนึ่งคือ
ทิศทาง เพราะไม่รู้จะนั่งหันหน้าไปทางไหน ถ้าไม่รู้ก็คงแล้วแต่จะเดา
- บางคนเอาตําแหน่งของคอห่านเป็นหลักว่า
คอห่านต้องอยู่ด้านหลัง ดังนั้นจะนั่งหันหลังให้ฝา (โดยเฉพาะคนไทย)
- บางคนเอาทิศทางของทางเข้าเป็นหลัก
ดังนั้นจะหันหลังให้ฝาหันหน้าให้ประตูเช่นกัน
- บางคนยึดเอาตำแหน่งของทิชชู่เป็นหลักจึงหันหน้าเข้าฝา
เพื่อที่จะได้หยิบทิชชู่ได้ง่ายขึ้น
นานาจิตตังสําหรับผู้ไม่รู้ แล้วตกลงต้องหันหน้าไปทางไหนกันแน่
แล้วที่น่าสงสัยเป็นที่สุดคือ ไอ้ที่ยื่นออกมาเหมือนอุโมงค์มันคืออะไร
สําหรับคนที่หันหลังให้ฝาก็จะสงสัยว่า ทําไมทิชชู่จึงอยู่ด้านหลัง
ทําไมวางไว้ในตําแหน่งที่ดึงยากอะไรเช่นนี้ ส่วนผู้ที่หันหน้าเข้าฝาก็จะนั่งไปงงไปว่า
ไอ้ที่ยื่นออกมาเป็นอุโมงค์นี่มันคืออะไรกันแน่ บางคนก็ตรัสรู้ บางคนก็ยังงงตั้งแต่ต้นตนจบ
แล้วตกลงส้วมญี่ปุ่นต้องใช้อย่างไร
ส้วมญี่ปุ่นเวลานั่งจะหันหน้าชนฝา แล้วสิ่งที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนอุโมงค์
เหมือนฉากกั้นก็คือ กำบัง ซึ่งมีไว้กั้นในยามที่ควบคุมความเร็วไม่ได้
เพื่อไม่ให้ส้วมเลอะเทอะ เชื่อได้เลยว่าคนต่างชาติที่ไปญี่ปุ่นใหม่ๆใช้ผิดกันเยอะ
บางคนก็ยังใช้ผิดจนถึงทุกวันนี้ซึ่งคงเป็นเพราะไม่รู้และไม่กล้าถามใคร
ส้วมนั่งแบบญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีใช้กันแพร่หลาย
ถึงแม้จะมีส้วมนั่งแบบฝรั่งเข้ามาก็ตาม คนญี่ปุ่นจำนวนมากยังนิยมเข้าส้วมแบบนี้อยู่
ตามสถานีรถไฟ ส้วมแบบญี่ปุ่นจะมีมากพอๆกับส้วมนั่งแบบฝรั่ง อย่างที่บอกคนญี่ปุ่นจํานวนมากจะซีเรียสมากเกี่ยวกับเรื่องความสะอาด
ไม่ค่อยชอบนั่งส้วมแบบฝรั่งโดยเฉพาะตามที่สาธารณะ เพราะไม่รู้ว่ามีใครมานั่งบ้าง
สะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้
 
ส่วนส้วมนั่งแบบฝรั่ง
(Yoshiki-toire) นั้น เข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกก็หลังสงครามโลกครั้งที่
2 และคนญี่ปุ่นก็นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย การพัฒนาส้วมแบบนี้ให้นั่งสบายใช้ง่ายก็ทำมาเรื่อย
ๆ จนตอนนี้กลายเป็นชักโครกสุดแสนจะไฮเทค อย่างเช่น มีตัวทำความร้อนให้ที่นั่งอุ่นเสมอตอนหน้าหนาว
ฉีดน้ำล้างก้นได้ถ้าต้องการใช้ แน่นอนน้ำก็จะเป็นน้ำอุ่น
ถ้าไม่อุ่นคงไม่มีคนกล้าใช้แน่ แค่คิดก็เย็นแทนแล้ว นอกจากนั้นก็ยังมีอะไรต่อมิอะไรให้กดเล่นอีกมายมาย
ผู้หญิงส่วนใหญ่เวลาเข้าห้องน้ำจะอายถ้ามีเสียงเล็ดลอดออกมา
ดังนั้นผู้หญิงส่วนใหญ่จะดึงชักโครก ก่อนและขณะทําธุระ หลายต่อหลายครั้งเพื่อกลบเสียง
ถ้านานหน่อยก็เปิดชักโครกไปเรื่อย ๆ พอเสร็จธุระก็เปิดชักโครกครั้งสุดท้ายอีกที
ผู้หญิงส่วนใหญ่จะกดชักโครกอย่างน้อย 2 ครั้งต่อการเข้าห้องน้ำ 1 ครั้ง
(ตามคําบอกเล่า) น้ำที่ใช้ก็จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์เป็นจำนวนมาก
ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆอย่างเช่น สมมุติว่าในบริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงานหญิง
50 คน แต่ละคนเข้าห้องน้ำที่บริษัทวันละ 5 ครั้ง ในการใช้ห้องนํ้าแต่ละครั้งทุกคนจะเปิดน้ำทิ้งอย่างน้อยคนละ
2 ครั้ง ก็ลองคำนวณดูเองก็แล้วกันว่า น้ำที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์จะเป็นตัวเลขที่สูงมากขนาดไหน
ค่าน้ำที่บริษัทต้องจ่ายในแต่ละเดือนนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นจํานวนเงินที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ก็มีคนคิดค้น เครื่องเปิดเสียงราดน้ำ
ขึ้นมา กดปุ่มอย่างเดียวก็จะมีเสียงน้ำไหลเหมือนเสียงชักโครกจริงๆ
กดกี่ครั้งก็ไม่มีใครว่า คนใช้ก็สบาย บริษัทก็แฮปปี้ ขายดิบขายดีโดยเฉพาะในบริษัทที่มีผู้หญิงเยอะๆ
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นในห้องน้ำหญิงไม่ว่าที่ไหนส่วนใหญ่จะมีเครื่องนี้ติดตั้งอยู่
เป็นไอเดียในการประหยัดน้ำประหยัดพลังงานที่สุดยอดอย่างหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
ถ้าเปลี่ยนจากเสียงน้ำไหลเป็นเสียงอย่างอื่นท่าทางจะน่าสนุกเหมือนกัน
เสียงช้างร้อง เสียงกบร้อง เสียงไก่ขัน เสียง...ยังคิดได้อีกเยอะ ลองไปจินตนาการกันดู
|