www.hokutoda.com

 
หน้าแรก         เว็บบอร์ดภาษาญี่ปุ่น         โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น
  ซามุไร  侍
 
ต้นฉบับ
 
 
 


       หนังเรื่อง The Last Samurai เป็นหนังที่ดีมากๆเรื่องหนึ่งที่หลายๆคนชอบ ดูแล้วทําให้อยากเรียนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเพิ่มเติม บางคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องญี่ปุ่นมาก่อน แต่พอดูหนังเรื่องนี้แล้วคงอยากจะไปญี่ปุ่น อยากเรียนภาษาญี่ปุ่น หรืออยากรู้เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นให้มากยิ่งขึ้น แต่หนังก็คือหนัง หนังเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันไม่ใช่เอาเรื่องจริงของใครมาสร้าง แต่ถ้าคนที่พอรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาบ้าง จะรู้ว่าผู้กํากับคงเอามาจากชีวประวัติของซามุไรคนหนึ่งที่มีชื่อว่า 西郷隆盛(Saigo Takamori) ซึ่งเป็นซามุไรผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เขาเสียชีวิตในสงครามระหว่างซามุไรกับกองกําลังทหารของรัฐบาล เรื่องราวของหนังใกล้เคียงกับความเป็นจริงแต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว

         เรื่องราวของซามุไรเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้ ทางเราก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนชาวญี่ปุนคนหนึ่งชื่อ โยชิ ซึ่งเป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเป็นอย่างดี ( อ่านประวัติส่วนตัว ) คุยกันนานเกี่ยวกับเรื่องซามุไรแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ก็เลยให้ช่วยเขียนบทความอะไรก็ได้สั้นๆเกี่ยวกับซามุไร บทความนี้เป็นเรื่องราวของซามุไรซึ่งมองจากภาพรวม เป็นเรื่องราวที่หลายๆคนไม่เคยรู้มาก่อนแน่ ลองอ่านดู

เมื่อไม่นานมานี้ หนังเรื่อง The Last Samurai เป็นหนังที่ได้รับการพูดถึงกันมาก ซามุไรในหนังเรื่องนี้ที่ชื่อ คาสึโมโตะ เท่ห์มาก ผมคิดว่าเท่ห์มากเกินไปซะด้วย ที่เท่ห์ขนาดนั้นก็คงเพราะว่าเป็นหนัง เขาก็เลยเป็นซามุไรที่สมบูรณ์แบบ เป็นซามุไรในอุดมคติเลยทีเดียว... แล้วคนที่เราเรียกกันว่า ซามุไร จริงๆแล้วพวกเขาเป็นคนแบบไหนกัน

ซามุไรเป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียก แต่สำหรับพวกเขาแล้วจะไม่เรียกตัวเองว่า ซามุไร แต่จะเรียกว่า bushi คำว่า bushi หมายถึง คนที่มีความสามารถด้านศิลปะการต่อสู้แล้วก็มีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆเป็นอย่างดี ถ้าพูดง่ายๆก็คือเก่งทั้งบุ๋นและบู้ นักรบจะไม่ถือว่าเป็น bushi คือพวกที่เก่งแต่เรื่องการต่อสู้อย่างเดียวจะไม่ค่อยมีใครนับถือ พวกที่ฉลาด หัวดีอย่างเดียวต่อสู้ไม่เป็นก็ไม่ค่อยมีใครนับถือเช่นกัน ยุคที่มีซามุไรคือช่วงต้นศตวรรษที่ 17 จนถึงประมาณกลางศตวรรษที่ 19 ในช่วง 250 ปีของยุคนั้นเป็นยุคที่มีแต่ความสงบไม่มีสงคราม ในช่วงนั้น ซามุไรจะทำงานเกี่ยวกับเรื่องการเมืองการปกครอง ถ้าสมัยนี้ก็ประมาณข้าราชการประจำในกรม กระทรวงต่างๆนั่นเอง แค่นี้ก็พอจะเดาได้ว่าความรู้ในด้านต่างๆเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกันในสมัยนั้น ส่วนศิลปะการต่อสู้ก็เปรียบเสมือนกับกีฬาในสมัยนี้นั่นเอง เนื่องจากว่างานของซามุไรเป็นงานคล้ายๆงานของข้าราชการ ดังนั้นแน่นอนบางคนก็ตกงานไม่มีงานทำ ซามุไรที่ตกงานก็หางานอื่นทำอย่างเช่นเป็นอาจารย์สอนเรื่องศิลปะการต่อสู้บ้าง เป็นครูสอนหนังสือตามโรงเรียนต่างๆบ้าง ส่วนซามุไรที่ไม่เก่งอะไรซักอย่างพวกนี้จะใช้ชีวิตที่ค่อนข้างลําบาก งานที่ทําก็เป็นงานในครัวเรือนเล็กๆน้อยๆ พอเลี้ยงครอบครัวได้ ดังนั้น เพื่อความสําเร็จในอนาคตและเพื่อการดํารงชีวิตที่ดี ตั้งแต่เด็กๆ ซามุไรแต่ละคนจะมีความพยายามเป็นอย่างมากทั้งการฝึกศิลปะการต่อสู้และการศึกษา ในสมัยนั้นกลุ่มคนที่เป็น bushi หรือ ซามุไรจะเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ความสามารถมาก ศิลปินหรือนักเขียนในยุคนั้นจำนวนมากก็ถือกำเนิดมาจากซามุไร

         แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ซามุไรก็ยังเป็นกลุ่มคนที่จัดได้ว่าเป็นคนชั้นสูงในสังคมยุคนั้น แล้วส่วนมากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นซามุไรบรรพบุรุษก็เป็นซามุไรสืบเชื้อสายต่อๆกันมา ในสมัยนั้นคนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองได้ก็มีอยู่แค่กลุ่มของซามุไรเท่านั้น พวกชาวนาชาวไร่ พ่อค้าแม่ขายเป็นได้อย่างเก่งก็แค่คนที่ต้องจ่ายภาษีให้รัฐบาล เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างว่า ข้าไม่ใช่บุคคลธรรมดาข้าเป็นถึงซามุไร ก็ได้มีการคิดนู่นคิดนี่เพื่อสร้างความแตกต่างในสังคมให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างเช่น ซามุไรไม่ใช่คนที่เก่งแค่เรื่องศิลปะการต่อสู้หรือวิชาการเท่านั้น ซามุไรยังเป็นบุคคลที่มีจิตใจสูงส่ง เสื้อผ้าที่ใส่ ทรงผมที่ทำ ก็จะไม่เหมือนกับคนทั่วไป ดาบก็จะพกไปสองเล่มเสมอ นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนมากระหว่างซามุไรกับคนสามัญธรรมดาก็คือ การปลิดชีพตนเอง เมื่อมีการทำผิดพลาด หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้ตนเองต้องเสียเกียรติเสียศักดิ์ศรี วิธีการฆ่าตัวตายเพื่อรับผิดชอบกับความผิดนั้นๆ หรือเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองนั้น ในสังคมของซามุไรจะเรียกว่า seppuku (harakiri เป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียก) ซึ่งเป็นเรื่องที่แสดงถึงความกล้าที่ซามุไรเท่านั้นที่มี

         ในภาพยนตร์เรื่อง The Last Samurai คาสึโมโตะ เป็นซามุไรที่เพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง ทั้งศิลปะการต่อสู้ ความรู้ ศีลธรรม ความกล้าหาญ ความแน่วแน่ เขาเป็นซามุไรที่สมบูรณ์แบบยากที่จะหาได้ ดังนั้นในหนังคาสึโมโตะจึงเป็นซามุไรที่ทุกคนนับถือ และ เกรงกลัว ในหนังเรื่องนี้ ตอนจบทอมครุส นักรบอเมริกันก็ได้เป็นซามุไรกับเขาเหมือนกัน แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง บุคคลที่ถือดาบสองเล่ม ทำทรงผมแปลกๆใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนชาวบ้าน ชอบดูถูกเหยียบย่ำผู้อื่นคิดว่าข้าใหญ่ พูดง่ายๆคือพวกที่เป็นซามุไรกิ๊กก๊อกเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น ซามุไรพวกนี้จะเป็นที่รังเกียจของประชาชนทั่วไป นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติ ต่อต้านซามุไรเกิดขึ้น แล้ว...ยุคของซามุไรก็ต้องจบลงในที่สุด (ถ้าดูจากหนัง ก็จะมีตอนที่ลูกชายของคาสึโมโตะโดนตำรวจยึดดาบและโดนตัดผม)

          หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้ ผมก็เลยคิดไปว่า นิสัยของญี่ปุ่นในปัจจุบัน อย่างเช่น ชอบเรื่องการศึกษา วิชาการ ชอบเรื่องกฎระเบียบ ซีเรียสกับมารยาทต่างๆในสังคม นิสัยเหล่านี้คงเป็นมรดกตกทอดมาจากซามุไรนั่นเอง ดูจากภายนอกก็คงไม่ใช่ซามุไร แต่ภายในคนที่มีจิตใจเป็นซามุไรเดี๋ยวนี้ก็ยังคงมีอยู่มาก แล้วคงไม่ใช่ในญี่ปุ่นเท่านั้น ในประเทศอื่นๆก็เช่นกัน แน่นอนในประเทศไทย คนที่มีจิตใจเป็นซามุไร น่าเคารพนับถือ น่าเกรงขาม ก็คงมีเช่นกัน หรือคุณคิดว่าไง

By Yoshi Ichino

     


The Last Samurai

         少し前、映画The Last Samuraiが話題になりました。 Samurai, Katsumotoがかっこよかったです。 ちょっとかっこよすぎたと思います。  まあ映画ですから、理想の侍ですね。 じゃ実際の侍は、どんな人々だったのでしょう?

         侍は自らを 武士と呼びました。 武士とは、武道と学問を修練した人と言う意味です。  つまり戦士は、武士ではありません。 強いだけの武士は、軽蔑されました。 また頭がいいだけの武士も軽蔑されました。日本で侍がいた時代は、大体17世紀の初めから、19世紀の中頃までです。  このころは、日本が最も平和な時代でした。 約250年間戦争がありませんでした。 この250年間武士は、政治をしていました。  今で言えば、役所の役人です。 ですから学問がますます重要でした。 武道の方は、まるで現代のスポーツのようになりました。  役人ですから、時々失業します。 失業した武士は、武道の先生をしたり、庶民の学校の先生をします。 武道も学問もだめな武士は、内職をして貧しい生活をしました。  だから武士は子供のときから、出世の為、生活の為、武道や学問の勉強を必死でしました。教養があるので、この時代のオピニオンリーダーでした。  芸術家や小説家も武士出身者が多くいました。

         しかし、それでも武士は特権階級でした。 大概の武士は、世襲でした。  武士だけが政治に参加できました。 他の人、農民や商人や職人は税金を払うだけの人々です。そこで武士は、自らが他の人々より優れているということを見せる為、いろいろなことを考え出しました。  たとえば、学問や武道だけでなく、高いモラル、果ては特殊な服や髪型、刀を2本差すこともそうです。 また、重大な失敗をした時や名誉を傷つけられた時、自殺によって失敗を償ったり、名誉を守ること(切腹)も武士だけが持つ勇気の証明である、としました。

          映画The Last Samuraiでは、カツモトは、武道、学問、モラル、勇気、理念に優れた、理想の侍です。  だから彼は、尊敬され、また恐れられます。 トムクルーズも最後には侍になりました。 一方、見た目だけの侍、刀を2本さし、特殊な服髪型をして、他の人を見下すだけの侍は嫌われました。だから、革命によって、侍は滅ぼされました。(映画の中のカツモトの息子のように、刀を取り上げられ、警察に髪を切られました。)

         そうそう、現在の日本人の特徴、学問好き、モラルや規律好き、礼儀正しさは、侍の遺産です。  見た目はともかくとして、侍の心を持った人は、今でもいるんじゃないでしょうか。 日本だけじゃなく、他の国にも,勿論、タイにも尊敬すべき侍はいるんじゃないですか。映画を見ていて思いました。


 

 
 
Copyright (c) Hokuto Japanese-Thai Communication Point