ตอนปู่ยังมีชีวิตอยู่
ปู่รวยมาก พอปู่ตายพ่อได้รับมรดกกลายเป็นเศรษฐีน้อยๆคนหนึ่ง แต่พอพ่อเสีย
ทําไมเราถึงไม่มีอะไรเลย มรดกตกทอดจากคุณปู่หายไปไหนหมด..... คําตอบก็คือ
มรดกมหาศาลอันนั้นไปอยู่ในมือของรัฐบาล
ญี่ปุ่นไม่เหมือนเมืองไทยที่ว่า
ถ้ารวยก็รวยกันทั้งตระกูล ตั้งแต่ปู่ พ่อ ลูก หลาน .... และต่อไปอีกหลายรุ่น
ใช้กันยังไงก็ไม่หมด กฎหมายการรับมรดกของประเทศญี่ปุ่นสุดยอดมาก จากตระกูลที่รํ่ารวยเก่าแก่มาก่อนผ่านไปไม่กี่รุ่น
กลายเป็นคนธรรมดาไปเลย
ในประเทศญี่ปุ่นการรับมรดกจะต้องเสียภาษีด้วยจํานวนเงินมหาศาล
ยิ่งรวยเปอร์เซ็นต์ก็ยิ่งสูง ยกตัวอย่างเช่น นาย กอ มีทรัพย์สมบัติเป็นที่ดินจํานวนมาก
ถ้านําไปขายจะได้ราคาประมาณ 100 ล้านเยน พอนายกอตาย
นายขอ ผู้เป็นลูกคนเดียวมีสิทธิที่จะได้รับมรดกที่ดินผืนนั้น แต่ทว่าต้องเสียภาษีให้รัฐบาลก่อนถึง
50 เปอร์เซ็นต์คือ 50 ล้านเยน นายขอมีเงินในบัญชีธนาคารรวมเป็นเงินทั้งหมด
2 ล้านเยน เพื่อที่จะได้รับมรดกของคุณพ่อ นายขอจําเป็นต้องขายที่ดินผืนนั้นซึ่งเป็นที่ดินที่นายขอน่าจะได้เป็นของตัวเองแท้ๆไป
เพื่อนําเงินไปจ่ายค่าภาษี 50 ล้านเยน ที่ดินจึงกลายเป็นของคนอื่นไปโดยปริยาย
แต่นายขอก็ได้เงินที่เหลือจากการขายที่เป็นเงินจํานวนหนึ่งคือที่เหลืออีก
50 ล้านเยน แน่นอนเงินถ้ามีก็ต้องหมด พอถึงรุ่นลูกของนายขอ บอกได้เลยว่าในกรณีนี้ลูกของนายขอแทบจะไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเลย
ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นสามัญชนคนธรรมดา
ยกตัวอย่างเช่น บริษัทรถยนต์โตโยต้า
ตอนนี้บริษัทไม่ใช่เป็นของตระกูลโตโยดะแล้ว แต่กลายเป็นทรัพย์สมบัติของพนักงานทุกคน
แล้วหลานๆเหลนๆของคุณโตโยดะก็เป็นพนักงานธรรมดาคนหนึ่งในบริษัทนี้
คุณทวด คุณปู่ รวยมหาศาล แต่ตอนนี้ ลูกหลานเป็นพนักงานธรรมดา
ทําไมกฎหมายเรื่องมรดกของญี่ปุ่นถึงช่างโหดร้ายอย่างนี้
ถ้ามองจากคนไทยหรือคนญี่ปุ่นเองก็ตามมันดูไม่ค่อยยุติธรรมเลย ของๆตระกูลตัวเองแท้ๆทําไมต้องไปจ่ายให้รัฐบาลเป็นจํานวนเงินมหาศาลอย่างนั้น
ไม่ยุติธรรม...ไม่ยุติธรรม สาเหตุก็มาจากสงครามโลก ซึ่งหลังสงครามมีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่เกี่ยวกับการรับมรดก
เพื่อเป็นการควบคุม หรือพูดแบบรุนแรงนิดนึงคือ
กําจัดครอบครัวตระกูลดัง
ตระกูลรวย ไม่ให้มีอิทธิพลต่อสังคมญี่ปุ่น เหมือนเช่นในอดีต....
|