เฟิร์นไอยลดา วงศ์แก้ว

ภาควิชาประวัติศาสตร์
คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

แคท:  แคทลียา สาสีกุล

ภาควิชาภาษาอังกฤษ
คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่





ทำไมถึงอยากเป็นแอร์โฮสเตส

เฟิร์น : เป็นความต้องการลึกๆของหัวใจค่ะ บ้านอยู่ใกล้สนามบินแล้วก็เห็นเครื่องบินมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนแรกอยากเป็นนักบินแต่คิดว่าคงเป็นไม่ได้ก็เลยอยากเป็นแอร์โฮสเตสแทน
แคท : ชอบค่ะ อยากเป็นแอร์โฮสเตส อยากไปเที่ยว เป็นแอร์โฮสเตสได้เจอคนเยอะ ทั้งผู้โดยสารและผู้ร่วมงานแคทไม่ชอบทำงานในออฟฟิศ ชอบงานที่ท้าทาย
เฟิร์น: แคทเป็นผู้หญิงหลายใจค่ะ
แคท : แคทเป็นคนขึ้เบื่อค่ะ

ทำไมน้องแคทและน้องเฟิร์นเลือกสมัครสอบสายการบินแจแปนแอร์ไลน์

เฟิร์น : เพราะสายการบินนี้เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กๆแบบหนู แล้วก็จะได้ไปต่างประเทศด้วย
แคท : เพราะเท่าที่ดูมาคิดว่าสายการบินนี้เหมาะกับตัวเองมากที่สุดแล้ว และที่เลือกสายการบินนี้เพราะอยากทำงานกับคนญี่ปุ่น และก็ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นมาด้วยคิดว่าน่าจะใช้ภาษาญี่ปุ่นให้เป็นประโยชน์ได้ แล้วอีกอย่างแคทเป็นคนที่ชอบภาษาต่างประเทศอยู่แล้วด้วย คิดว่าเป็นการเปิดตัวเอง ได้เรียนรู้ชาติอื่นๆ การบินไทยก็ไปสมัครนะคะ แต่ไม่ผ่านรอบสัมภาษณ์(เป็นรอบเด็กเส้นค่ะ )

เป็นแอร์โฮสเตสเงินเดือนเยอะจริงรึเปล่า

เฟิร์น : ถ้าเงินดีจริงอย่างที่คนอื่นพูดกันก็ดีซิคะ
แคท : ช่วงเทรน 3 เดือน ได้เงินเดือนประมาณ 6,000 บาท ส่วนเงินเดือนจริงๆก็ไม่เยอะนะคะ คิดว่าประมาณ 7,500 บาทค่ะ แต่จะมีค่าบินที่ทำให้ได้เงินเพิ่ม
เฟิร์น : บริษัทจะมีค่าที่พัก ค่าต่างๆเพิ่มให้อีกค่ะ
แคท : ต้องอยากเป็นด้วยใจค่ะ ไม่ใช่อยากเป็นเพราะตามกระแส เพราะถ้าทำงานไม่ถึงตามที่เขากำหนดไว้หรือตามสัญญาจะถูกปรับ ประมาณ 100,000 บาท
เฟิร์น : ถ้าเทรนไม่ผ่าน บริษัทก็มีสิทธิ์ถอนออกจากการเป็นแอร์โฮสเตส
แคท : เค้ามีวัดความสามารถเป็นขั้นๆ ถ้าขั้นสูงขั้นเงินก็อาจจะสูงตาม

สอบสัมภาษณ์เป็นอย่างไรบ้าง

แคท : ผ่านสัมภาษณ์ 272 คน จากคนสมัครทั้งหมดประมาณ 3,000 คน เวลาสอบสัมภาษณ์เราควรแนะนำตัวให้ดีๆ คิดว่าช่วยได้เยอะ การสอบสัมภาษณ์ไม่ยากนะคะ แต่เขาจะดูความคิดของเราเวลาตอบคำถาม การตอบคำถามก็ควรตอบให้ตรงคำถามด้วย บางคนเค้าถามอีกเรื่องแต่ตอบอีกเรื่อง

เฟิร์น : ควรเป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด กล้าแสดงความคิดของตัวเองและคิดว่า ถ้าเราสามารถทำให้กรรมการที่สัมภาษณ์เรายิ้มได้ เราก็จะสามารถทำให้คนอื่นยิ้มได้ด้วยค่ะ อย่างเช่น ลูกค้าของเรา

แคท : สอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษค่ะ ส่วนภาษาญี่ปุ่นแล้วแต่คน ถ้าเค้าถามเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วใครตอบได้ก็ตอบ

คำถามยากไหม

เฟิร์น : เป็นถามเกี่ยวกับประวัติของสายการบิน พอดีก่อนสัมภาษณ์ได้รับใบปลิวโฆษณาของบริษัทแล้วได้อ่านนิดหน่อยก็เลยพอตอบได้ค่ะ เฟิร์นคิดว่าเรื่องการสอบสัมภาษณ์พยายามอย่าตื่นเต้น เพราะถ้าเราตื่นเต้นจะทำให้เราลืมทุกๆอย่าง ทั้งคำถามและคำตอบ แล้วก็มีคำถามอีกคำถามหนึ่งที่เฟิร์นถูกถามคือ ถ้าถูกผู้โดยสารลวนลามจะทำอย่างไร? เฟิร์นก็ตอบไปว่า ... ถ้ามันรุนแรงก็จะฟ้องหัวหน้า แต่ต้องดูก่อนนะคะว่าหล่อหรือเปล่า

เพราะถ้าหล่อจะถามว่า.... Coffee? Tea? Or Me?

หาข้อมูลการรับสมัครจากไหน

แคท : เราต้องหมั่นติดตามข่าวสารตลอดเวลา ทั้งในเว็บไซต์และหนังสือพิมพ์ต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างทั้งเรื่องเอกสารการสมัคร เสื้อผ้า รูปถ่าย แล้วก็ TOEIC (550 คะแนน) ตอนแรกก็สมัครทางอีเมลล์ก่อนค่ะ สมัครแล้วเราก็จะได้ Application Number และวันเวลานัดสอบสัมภาษณ์รอบที่ 1 สอบสัมภาษณ์รอบแรกจะสอบเป็นกลุ่มค่ะ คัดคนให้เหลือ 400 คน
เฟิร์น : สำหรับคนที่สอบผ่านรอบแรกแล้วก็จะต้องสอบสัมภาษณ์รอบ 2 อีก เป็นสอบสัมภาษณ์เดี่ยวค่ะ คัดเหลือ 272 คน คนที่ผ่านก็ต้องตรวจร่างกายแล้วรอผลอีกที ถ้าตรวจร่างกายผ่านก็รอเทรน

เรียนภาษาญี่ปุ่นมานานหรือยัง คิดว่าภาษาญี่ปุ่นยากไหม

แคท : เรียนประมาณ 100 ชั่วโมงค่ะ ภาษาญี่ปุ่นเป็นอะไรที่เราต้องทบทวนตลอดเวลา
เฟิร์น : ยากเหมือนกันค่ะ แต่ชอบภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้ว มีเสน่ห์น่าเรียน ทำให้เราสนุกสนานไปกับการเรียน แล้วเฟิร์นก็เรียนภาษาจีนด้วยค่ะ

การที่เรามีความรู้ภาษาญี่ปุ่นมีผลดีต่อการสอบในครั้งนี้ไหม

แคท : ก็มีส่วนนิดหน่อยค่ะ
เฟิร์น : หลังจากผ่านเทรนแล้วจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นที่บริษัทจัดให้ แต่เรียนแบบโรมันจินะคะ

ทั้ง 2 คนเคยสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นไหม

เฟิร์น : สอบวัดระดับ 4 ค่ะ เฟิร์นคิดว่าสำหรับคนที่เรียนสม่ำเสมอก็ง่ายนะคะ แต่สำหรับเฟิร์นเรียนไม่ค่อยสม่ำเสมอ.. ยากมากค่ะแต่ก็สอบผ่านนะคะ เวลาไปสมัครงานก็จะเอา Certificate ไปด้วยค่ะ
แคท : ไม่ได้สอบค่ะ รู้สึกว่ายังไม่พร้อม แต่พออ่านออก เขียนได้ค่ะ

แล้วจะพักที่ไหน เดินทางไปบริษัทอย่างไร

แคท : อยู่ที่บ้านค่ะ ตอนนี้ย้ายบ้านจากเชียงใหม่ไปอยู่กรุงเทพฯ แล้ว
เฟิร์น : หาอพาร์ทเม้นต์อยู่ค่ะ หาคนมาแชร์ห้องด้วย แล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงาน
แคท : เหมือนกันค่ะ

ผู้ที่สอบผ่านส่วนใหญ่เรียนที่ไหนกัน

เฟิร์น : มช.ได้เยอะค่ะ สาวเชียงใหม่สวย...
แคท : รุ่นพี่ที่ มช. ก็มีหลายคนเหมือนกันนะคะ
เฟิร์น: จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ก็มีค่ะ

หนักเท่าไร.. สูงเท่าไร.. กันเนี่ย

เฟิร์น : น้ำหนัก 46 กิโลกรัม สูง 158 เซนติเมตร
แคท : น้ำหนัก 55 กิโลกรัม สูง 162.2 เซนติเมตรค่ะ คนที่ไปสมัครนะคะไม่ค่อยมีใครน้ำหนักเกิน 50 กิโลกรัม เลยค่ะ

ผู้สมัครต้องสูงอย่างน้อยเท่าไหร่

เฟิร์น : ต่ำสุด 156 เซนติเมตรค่ะ
แคท: เวลาวัดถูกกดค่ะ บางคนสูง 156 พอดี แต่พอวัดจริงๆสูงไม่ถึงเค้าก็ให้กลับบ้านเลยนะคะ
เฟิร์น : ใช่ค่ะ มีอีกหนึ่งคนไม่ได้เตรียมใบคาดว่าจะจบมาด้วย(ไม่ได้ขอทางมหาวิทยาลัย) เค้าให้กลับไปเอา ถ้าไม่มีก็ไม่ให้สอบค่ะ ต้องเตรียมทรานสคริปและใบคาดว่าจะจบมาให้พร้อม แล้วตอนสอบสัมภาษณ์นะคะมีผู้สมัครคนหนึ่งเขาไม่ได้สวมถุงน่องมา กรรมการที่สอบสัมภาษณ์ก็ว่าไปว่า

พอผลการสอบออกมาว่าสอบผ่านรู้สึกอย่างไรบ้าง

แคท : ดีใจมากค่ะ ทุกคนคาดหวัง รอลุ้นค่ะ
เฟิร์น : ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ แต่แม่ซิคะดีใจแทน แม่คิดแทนเลยนะคะว่าจะไปอยู่เมืองนี้ เมืองนั้น
แคท : แม่แคทก็ให้กำลังใจเหมือนกันค่ะ ก่อนออกจากบ้านแม่ก็ทักว่า เหมือนแอร์ฯแล้วนะ

ขั้นตอนต่อไปหลังจากสอบสัมภาษณ์ผ่านแล้วต้องทำอะไร

เฟิร์น : รอผลการตรวจร่างกายอยู่ค่ะ
แคท : คิดว่าถ้าไม่เป็นโรคร้ายแรงอะไรมากก็น่าจะโอเคนะ
เฟิร์น : ก่อนตรวจร่างกายหนูงดงานเลี้ยงฉลองทุกอย่างเลยนะคะ กลัวร่างกายไม่พร้อม ต้องดูแลสุขภาพค่ะ

แล้วพี่จะไปหาบนเครื่องบินนะคะ

เฟิร์น & แคท : ค่ะ...



ตอนนี้ทั้งน้องเฟิร์นและน้องแคทก็ได้เป็นนางฟ้าสมใจแล้ว
อิจฉาจัง...คนอะไรทั้งสวยทั้งเก่ง