| ความฝันเล็กๆ
น้อยๆ ของผมตอนที่ยังเป็นเด็กคือ การได้อยู่บ้านเดี่ยวแล้วเลี้ยงสุนัข
อาจจะเป็นเพราะว่ารอบข้างผมมีเพื่อนที่ชอบสุนัข แล้วก็มีญาติๆที่เลี้ยงสุนัขไว้หลายคน
ผมก็เลยชอบสุนัขมาตั้งแต่เด็กๆ ในอดีตบางครั้งผมเคยออกไปถ่ายรูปสุนัขในที่ต่างๆ
...ตอนนี้ฝันของผมกลายเป็นจริงแล้ว... ที่เชียงใหม่ผมอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว
ถึงแม้จะเป็นบ้านเช่าก็ตาม แล้วผมก็เลี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่ง
ชื่อว่า กล้วย ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า บานาน่า กล้วยเป็นหมาพันธุ์ผสม
ขนสีน้ำตาลอ่อนๆ คล้ายๆกับหมาพันธุ์ชิบะของญี่ปุ่น ผมซื้อกล้วยมาจากตลาดแห่งหนึ่งเมื่อ
4 ปีที่แล้ว ด้วยราคาเพียง 150 บาท จริงๆแล้วสุนัขแบบกล้วย เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยมีคนนิยมเลี้ยงเท่าไหร่
คล้ายๆเป็นของแถมเมื่อซื้อสุนัขพันธุ์ดังอื่นๆ ที่ผมซื้อกล้วยมาเพราะมันดูร่าเริง
ขี้เล่นมากกว่าเพื่อน ผ่านไปแล้ว 4 ปี นิสัยซุกซน อยู่เฉยไม่ได้
ของเจ้ากล้วยก็ยังไม่หาย คนรอบข้างมักเรียกมันว่า ไอ้หมาบ้า
อยู่บ่อยๆ แต่สำหรับผมแล้วมันคือ หมาแสนรัก
ช่วงที่มาเมืองไทยใหม่ๆ ผมตกใจมากเมื่อเห็นสุนัขจรจัดข้างถนนเป็นจำนวนมาก
ผอมแห้งเห็นกระดูกก็มี สุนัขขี้เรื้อนก็มี นอนตายอยู่บนถนนก็มี
เป็นอะไรที่อดสงสารไม่ได้ ในเมืองไทยสุนัขจำนวนมากเดินเกะกะบนถนน
หรือไม่ก็รวมฝูงวิ่งเล่นไล่กัน บอกได้เลยว่าที่ญี่ปุ่นภาพอย่างนี้หาดูยาก
ไม่ใช่สิ ...ผมบอกได้เลยว่าที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างนี้ไม่มีแน่ๆ
สุนัขจรจัดที่ญี่ปุ่นความจริงก็มี แต่ส่วนมากจะพบตามป่าตามเขาเท่านั้น
ที่ญี่ปุ่น ถ้าพูดว่าสุนัข จะหมายถึงสุนัขที่มีเจ้าของ
ลองมาดูความเป็นอยู่ของสุนัขในญี่ปุ่นกัน
ที่ญี่ปุ่นตอนเช้าและตอนเย็น จะเห็นคนจูงสุนัขออกไปเดินเล่นตามถนนในเมือง
หรือไม่ก็ตามสวนสาธารณะอยู่บ่อยๆ แต่น้อยมากที่เจ้าของจะปลดสายจูงปล่อยให้สุนัขของตัวเองไปวิ่งเล่นเกะกะบนท้องถนน
ถ้าเป็นสวนสาธารณะก็ว่าไปอย่าง นอกจากนั้นเจ้าของสุนัขจะนำถุงพลาสติกติดตัวไปเสมอเวลาพาสุนัขออกไปเดินเล่น
ถุงพลาสติกเอาไปทำอะไร? ใช่แล้ว... เอาไว้เก็บอุจาระของสุนัขกลับบ้าน
นั่นเอง ที่บ้านส่วนมากสุนัขจะอยู่ในกรง หรือไม่ก็ผูกเชือกเอาไว้
คนที่เลี้ยงสุนัขไว้ในอพาร์ทเมนต์หรือคอนโดมิเนียมแคบๆก็มี แต่เนื่องจากสุนัขถูกเลี้ยงไว้ในที่แคบๆไม่มีที่วิ่งเล่น
สุนัขเหล่านั้นจำนวนมากเป็นโรคขนหลุด ซึ่งเกิดมาจากความเครียด
ซึ่งช่วงนี้สุนัขที่ต้องไปหาสัตวแพทย์ด้วยโรคเครียดมีมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นเพราะผมเลี้ยงกล้วย ซึ่งเป็นสุนัขที่สุดจะซนหรือเปล่าไม่ทราบ
ผมจะรู้สึกว่าสุนัขในประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อยมากเกินไป อาจจะเป็นเพราะสุนัขที่ญี่ปุ่นถูกฝึกอบรมบ่มนิสัยเป็นอย่างดีก็เป็นได้
แต่ผมคิดว่าเรียบร้อยเกินไปก็ใช่ว่าจะดี ควรจะปล่อยให้มันได้วิ่งเล่นตามธรรมชาติของมันจะดีกว่า
สุนัขไทยถ้าดูผ่านๆ จะเหมือนกับว่าพวกมันเป็นสุนัขผู้อาภัพ แต่พวกมันแต่ละตัวก็มีถิ่นเป็นของตัวเอง
โดยเฉพาะในวัดและในมหาวิทยาลัย สุนัขก็เหมือนคน จะเลือกที่ๆอยู่สบาย
มีอาหารการกินสมบูรณ์ นอกจากนี้ สุนัขที่นอนเล่นอยู่ตามท้องถนนหรือร้านอาหาร
เราจะเหมาว่าพวกมันเป็นสุนัขจรจัดซะทั้งหมดไม่ได้ เพราะว่าสุนัขเหล่านั้นส่วนมากตอนกลางวันจะถูกปล่อยให้ไปเล่นข้างนอกตามชอบใจ
แต่พอตกกลางคืนพวกมันก็จะกลับไปนอนบ้านของพวกมัน ดังนั้นที่เมืองไทย
เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะบอกได้ว่าสุนัขตัวไหนเป็นสุนัขเลี้ยง
ตัวไหนเป็นสุนัขจรจัด อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เต็มไปด้วยอิสรภาพอย่างประเทศไทย
สุนัขก็วิ่งเล่นไปไหนต่อไหนได้อย่างอิสระเสรี บางครั้งพวกมันก็ต้องเต็มที่กับชีวิต
เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ
ก็จริงอยู่ที่ว่าในประเทศญี่ปุ่นไม่มีสุนัขจรจัด
เหตุผลก็คือ สุนัขจรจัดหรือสุนัขที่ถูกทอดทิ้งจะถูกเทศบาลจับไปหมด
จริงๆแล้วที่ญี่ปุ่น มีสุนัขถูกทอดทิ้งเป็นจำนวนมากทีเดียว สุนัขที่เทศบาลไปจับมาจะถูกขังไว้ระยะหนึ่ง
ถ้าไม่มีใครมาขอไปเลี้ยง สุนัขเหล่านั้นก็จะถูกฆ่า เห็นอย่างนั้นแล้วจะรู้สึกว่า
สุนัขไทยที่แก่และตายตามวัยน่าจะมีความสุขมากกว่าสุนัขญี่ปุ่น
แต่ไม่ว่าจะเป็นสุนัขไทยหรือสุนัขญี่ปุ่น สุนัขที่ได้เจอกับเจ้าของดีๆ
เจ้าของที่รักมัน เป็นสุนัขที่มีความสุขมากที่สุดในโลกแล้ว
ผมไม่เคยปล่อยกล้วยให้ออกไปเดินเพ่นพ่านนอกบ้าน ยกเว้นครั้งหนึ่งที่กล้วยแอบหนีไปข้างนอกได้
สําหรับกล้วยวันที่มันจะได้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านได้ก็คือ วันที่ผมไม่ตื่นสายเท่านั้น
ถ้ากล้วยพูดได้ผมอยากจะลองถามมันซักครั้งเหมือนกันว่า มันมีความสุขไหมที่อยู่กับผม
|