www.hokutoda.com

 
หน้าแรก         เว็บบอร์ดภาษาญี่ปุ่น         โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น         ญี่ปุ่นงง
  หมาไทยผู้อาภัพ?
 
ต้นฉบับ
 
By Jun Nozawa

ความฝันเล็กๆ น้อยๆ ของผมตอนที่ยังเป็นเด็กคือ การได้อยู่บ้านเดี่ยวแล้วเลี้ยงสุนัข อาจจะเป็นเพราะว่ารอบข้างผมมีเพื่อนที่ชอบสุนัข แล้วก็มีญาติๆที่เลี้ยงสุนัขไว้หลายคน ผมก็เลยชอบสุนัขมาตั้งแต่เด็กๆ ในอดีตบางครั้งผมเคยออกไปถ่ายรูปสุนัขในที่ต่างๆ ...ตอนนี้ฝันของผมกลายเป็นจริงแล้ว... ที่เชียงใหม่ผมอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยว ถึงแม้จะเป็นบ้านเช่าก็ตาม แล้วผมก็เลี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่ง ชื่อว่า กล้วย ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า บานาน่า กล้วยเป็นหมาพันธุ์ผสม ขนสีน้ำตาลอ่อนๆ คล้ายๆกับหมาพันธุ์ชิบะของญี่ปุ่น ผมซื้อกล้วยมาจากตลาดแห่งหนึ่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ด้วยราคาเพียง 150 บาท จริงๆแล้วสุนัขแบบกล้วย เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยมีคนนิยมเลี้ยงเท่าไหร่ คล้ายๆเป็นของแถมเมื่อซื้อสุนัขพันธุ์ดังอื่นๆ ที่ผมซื้อกล้วยมาเพราะมันดูร่าเริง ขี้เล่นมากกว่าเพื่อน ผ่านไปแล้ว 4 ปี นิสัยซุกซน อยู่เฉยไม่ได้ ของเจ้ากล้วยก็ยังไม่หาย คนรอบข้างมักเรียกมันว่า ไอ้หมาบ้า อยู่บ่อยๆ แต่สำหรับผมแล้วมันคือ หมาแสนรัก

      ช่วงที่มาเมืองไทยใหม่ๆ ผมตกใจมากเมื่อเห็นสุนัขจรจัดข้างถนนเป็นจำนวนมาก ผอมแห้งเห็นกระดูกก็มี สุนัขขี้เรื้อนก็มี นอนตายอยู่บนถนนก็มี เป็นอะไรที่อดสงสารไม่ได้ ในเมืองไทยสุนัขจำนวนมากเดินเกะกะบนถนน หรือไม่ก็รวมฝูงวิ่งเล่นไล่กัน บอกได้เลยว่าที่ญี่ปุ่นภาพอย่างนี้หาดูยาก ไม่ใช่สิ ...ผมบอกได้เลยว่าที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างนี้ไม่มีแน่ๆ สุนัขจรจัดที่ญี่ปุ่นความจริงก็มี แต่ส่วนมากจะพบตามป่าตามเขาเท่านั้น ที่ญี่ปุ่น ถ้าพูดว่าสุนัข จะหมายถึงสุนัขที่มีเจ้าของ

      ลองมาดูความเป็นอยู่ของสุนัขในญี่ปุ่นกัน ที่ญี่ปุ่นตอนเช้าและตอนเย็น จะเห็นคนจูงสุนัขออกไปเดินเล่นตามถนนในเมือง หรือไม่ก็ตามสวนสาธารณะอยู่บ่อยๆ แต่น้อยมากที่เจ้าของจะปลดสายจูงปล่อยให้สุนัขของตัวเองไปวิ่งเล่นเกะกะบนท้องถนน ถ้าเป็นสวนสาธารณะก็ว่าไปอย่าง นอกจากนั้นเจ้าของสุนัขจะนำถุงพลาสติกติดตัวไปเสมอเวลาพาสุนัขออกไปเดินเล่น ถุงพลาสติกเอาไปทำอะไร? ใช่แล้ว... เอาไว้เก็บอุจาระของสุนัขกลับบ้าน นั่นเอง ที่บ้านส่วนมากสุนัขจะอยู่ในกรง หรือไม่ก็ผูกเชือกเอาไว้ คนที่เลี้ยงสุนัขไว้ในอพาร์ทเมนต์หรือคอนโดมิเนียมแคบๆก็มี แต่เนื่องจากสุนัขถูกเลี้ยงไว้ในที่แคบๆไม่มีที่วิ่งเล่น สุนัขเหล่านั้นจำนวนมากเป็นโรคขนหลุด ซึ่งเกิดมาจากความเครียด ซึ่งช่วงนี้สุนัขที่ต้องไปหาสัตวแพทย์ด้วยโรคเครียดมีมากขึ้นเรื่อยๆ

      เป็นเพราะผมเลี้ยงกล้วย ซึ่งเป็นสุนัขที่สุดจะซนหรือเปล่าไม่ทราบ ผมจะรู้สึกว่าสุนัขในประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อยมากเกินไป อาจจะเป็นเพราะสุนัขที่ญี่ปุ่นถูกฝึกอบรมบ่มนิสัยเป็นอย่างดีก็เป็นได้ แต่ผมคิดว่าเรียบร้อยเกินไปก็ใช่ว่าจะดี ควรจะปล่อยให้มันได้วิ่งเล่นตามธรรมชาติของมันจะดีกว่า

สุนัขไทยถ้าดูผ่านๆ จะเหมือนกับว่าพวกมันเป็นสุนัขผู้อาภัพ แต่พวกมันแต่ละตัวก็มีถิ่นเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะในวัดและในมหาวิทยาลัย สุนัขก็เหมือนคน จะเลือกที่ๆอยู่สบาย มีอาหารการกินสมบูรณ์ นอกจากนี้ สุนัขที่นอนเล่นอยู่ตามท้องถนนหรือร้านอาหาร เราจะเหมาว่าพวกมันเป็นสุนัขจรจัดซะทั้งหมดไม่ได้ เพราะว่าสุนัขเหล่านั้นส่วนมากตอนกลางวันจะถูกปล่อยให้ไปเล่นข้างนอกตามชอบใจ แต่พอตกกลางคืนพวกมันก็จะกลับไปนอนบ้านของพวกมัน ดังนั้นที่เมืองไทย เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะบอกได้ว่าสุนัขตัวไหนเป็นสุนัขเลี้ยง ตัวไหนเป็นสุนัขจรจัด อย่างไรก็ตาม ประเทศที่เต็มไปด้วยอิสรภาพอย่างประเทศไทย สุนัขก็วิ่งเล่นไปไหนต่อไหนได้อย่างอิสระเสรี บางครั้งพวกมันก็ต้องเต็มที่กับชีวิต เพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดไปวันๆ

      ก็จริงอยู่ที่ว่าในประเทศญี่ปุ่นไม่มีสุนัขจรจัด เหตุผลก็คือ สุนัขจรจัดหรือสุนัขที่ถูกทอดทิ้งจะถูกเทศบาลจับไปหมด จริงๆแล้วที่ญี่ปุ่น มีสุนัขถูกทอดทิ้งเป็นจำนวนมากทีเดียว สุนัขที่เทศบาลไปจับมาจะถูกขังไว้ระยะหนึ่ง ถ้าไม่มีใครมาขอไปเลี้ยง สุนัขเหล่านั้นก็จะถูกฆ่า เห็นอย่างนั้นแล้วจะรู้สึกว่า สุนัขไทยที่แก่และตายตามวัยน่าจะมีความสุขมากกว่าสุนัขญี่ปุ่น แต่ไม่ว่าจะเป็นสุนัขไทยหรือสุนัขญี่ปุ่น สุนัขที่ได้เจอกับเจ้าของดีๆ เจ้าของที่รักมัน เป็นสุนัขที่มีความสุขมากที่สุดในโลกแล้ว

ผมไม่เคยปล่อยกล้วยให้ออกไปเดินเพ่นพ่านนอกบ้าน ยกเว้นครั้งหนึ่งที่กล้วยแอบหนีไปข้างนอกได้ สําหรับกล้วยวันที่มันจะได้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านได้ก็คือ วันที่ผมไม่ตื่นสายเท่านั้น ถ้ากล้วยพูดได้ผมอยากจะลองถามมันซักครั้งเหมือนกันว่า มันมีความสุขไหมที่อยู่กับผม


     

不幸な(?)タイの犬


小さい頃の私のささやかな夢は一軒家に住んで、犬を飼うことであった。犬好きの友達や犬を飼っている親戚が周りにいたこともあり、小さい頃から私は犬がとても好きで、あちこちといろんな犬の写真を撮りに行ったりもした。そして今は念願も叶い(?)、ここチェンマイで借家ながら一軒家に住み、犬を一匹飼っている。犬の名前はグルアイ。日本語ではバナナと呼ばれている。薄い茶色の毛をした日本の柴犬に少し似ている雑種犬である。四年ほど前に市場で150バーツで買ってきた。実は、この犬は他の犬のおまけ用として用意されていた犬である。一番元気が良かったので気に入り、この犬を買って来た。四年以上が経った今でも超過激で落ち着きが無い性格は直らず、いつもばか犬呼ばわりされているが、私にとってはまぎれもない愛犬である。

タイに来た初めの頃、野良犬の多さにとても驚いた。しかも、その大半は痩せこけていたり、皮膚病にかかっていたり、路上に死んだように寝転んでいたりと、思わず同情してしまうほどの有様である。路上にこれほど大量の、時には群れを成しながら走り回っている犬を日本で目にすることはまずないだろう。いや、絶対にあり得ないと言い切れる。地方によっては野犬が山中に姿を現したりすることもたまにはあるが、日本で犬といえばそれは普通、飼い犬を意味する。

日本での飼い犬のあり方を改めて考えてみよう。早朝と夕方には街中の路上や広い敷地の公園で犬を散歩させている人をよく見かける。しかし、公園は別として一般の路上で飼い犬を手綱から放して自由に走らせるようなことをする人は普通いない。飼い主は犬を散歩させる時には必ずビニール袋を持参する。飼い犬の糞を回収して家まで持ち帰るための物である。家では、大半の犬は檻に入れられているか、あるいは綱に繋がれている。マンションやアパート等の狭い部屋の中で飼われている犬もいる。そのことが原因で、最近では、ストレスによる抜け毛症状でクリニックに通わなければならない犬も増えてきている。

グルアイという極端に元気の良い犬を飼っているせいか、私の目には日本にいる犬はとてもおとなしくて行儀が良過ぎるくらいに見える。それだけよく躾けられているということかもしれないが、大人し過ぎるのも問題で、もう少し活気があっても良さそうなものである。

さて、一見不幸に見えるタイの犬たちはそれぞれが自分の縄張りを持って生活している。大学などの構内やお寺の境内には特に多くの犬が集まってくる。やはり犬もより居心地の良い場所や、食べ物を獲得し易い場所を縄張りとして選ぶようだ。ところで、街中の路上や食堂などをうろついている犬にしても、安易に野良犬であると決めてかかることはできない。なぜならタイの犬は大抵の場合、昼間は家の外で放し飼い状態であり、夜になると家の敷地内に戻って来る。したがって、タイでは飼い犬と野良犬の区別がつき難い。何はともあれ、自由の国タイでは、犬も自由に走りまわり、時には必死になってその日一日を生き延びている。

日本には確かに野良犬がいない。なぜなら、野良犬や捨て犬は保健所というところによって捕獲されてしまうからだ。実際には、捨て犬の数はかなり多いと思われる。保健所によって捕獲された犬は、一定期間は確保されているが、その期間中に、もらって育ててくれるという人が現れなければ、保健所でなんらかの手段によってその命を絶たれてしまう。このように考えると、タイで生を享けた犬の方が実は幸せなような気がする。しかし日本の犬にしろタイの犬にしろ、良い飼い主にめぐりあえた犬が一番幸せなのである。

私の愛犬グルアイは一瞬の隙をついて逃げ出しに成功した時以外は、門の外へ放されることはない。門から外へ出る時は、私が寝坊をせずに早起きして散歩に連れて行く時だけだ。もし、グルアイが口を利けるとしたら、幸せかどうか一度聞いてみたいものである。



   
 
Copyright (c) Hokuto Japanese-Thai Communication Point