www.hokutoda.com

 
  หน้าแรก ศัพท์น่ารู้          

การใช้    ~よ、~ね、~よね



    การใช้ よ และ ね เป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งสําหรับคนที่เพิ่งเรียนภาษาญี่ปุ่นใหม่ๆ หลายๆคนรู้ว่าคําเหล่านี้คล้ายๆกับคําว่า นะ เนาะ จ๊ะ ในภาษาไทย แต่ก็น้อยคนที่ใช้คําเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ใช้ถูกใช้ผิด ฟังคนญี่ปุ่นมากๆ ลองเลียนแบบไปเรื่อยๆพอมาถึงช่วงหนึ่งก็จะเริ่มเข้าใจความแตกต่างของคําเหล่านี้

    คําเหล่านี้ใช้ผิดก็ไม่มีปัญหามาก แต่ถ้าสามารถใช้ได้อย่างถูกต้องความเป็นธรรมชาติของภาษาก็จะเกิดขึ้น ก็คล้ายๆกับคนต่างชาติที่อยู่เมืองไทย หัดพูด ค่ะ นะคะ ของภาษาไทย คนต่างชาติที่หัดเรียนภาษาไทยเขาก็งงเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ใช้ ค่ะ เมื่อไหร่ใช้ นะ เมื่อไหร่ใช้ นะคะ

   การใช้ よ และ ね อย่างที่บอกไปเป็นเรื่องยากเรื่องนึงในภาษาญี่ปุ่น ยากขนาดเป็นหัวข้อวิจัยในระดับปริญญาโทหรือเอกเลยทีเดียว คนที่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะได้ฟังคนญี่ปุ่นพูดอยู่ทุกวัน ไม่นานก็คงเข้าใจความแตกต่าง แต่คนที่ไม่ค่อยมีโอกาสพูดคุยกับคนญี่ปุ่น ถ้าไม่มีคนสอน ไม่มีตําราบอกก็ยากเหมือนกันที่จะเข้าใจวิธีใช้

   ขอสรุปวิธีการใช้ ที่ใช้บ่อยๆ เข้าใจง่ายๆ ลองอ่านดู

     การใช้ ね

      วางไว้หลังประโยคเพื่อแสดงความรู้สึกของผู้พูดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และพร้อมกันนั้นจะดึงผู้ฟังให้เห็นด้วยกับสิ่งนั้นว่าคุณก็เห็นด้วยใช่ไหม (จะเห็นด้วยหรือไม่ แล้วแต่ความเห็น ความรู้สึกของผู้ฟัง) ในกรณีนี้จะออกเสียงตํ่า เป็น เน่
    
      เช่น
               A: あつくなりましたね。
                       เริ่มร้อนแล้วเนาะ

               B: ええ、そうですね。
                       อืม ใช่

     จากตัวอย่าง A รู้สึกว่าอากาศเริ่มร้อนแล้วก็แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับอากาศออกมาว่าอากาศตอนนี้เริ่มร้อนแล้ว พร้อมกันนั้นก็ดึง B ซึ่งเป็นผู้ฟังให้เห็นด้วยกับเรื่องนั้นว่าคุณก็คิดเหมือนกับผมใช่ไหม ในตัวอย่างนี้ B เห็นด้วยกับความคิดของA ก็เลยตอบไปว่า ใช่ เริ่มร้อนแล้วเนาะ

      นอกจากนี้ ถ้าออกเสียงเป็น เน้(เสียงสูง) หรือ เนะ จะเป็นการถามให้แน่ใจว่าสิ่งที่เราคิดหรือทราบมานั้นถูกหรือไม่ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนกับ か (ですか、ますか)ซึ่งใช้กับประโยคคำถาม

               あしたテストですね。
               พรุ่งนี้มีสอบใช่ไหม

               わかったね。
               เข้าใจแล้วนะ

     ね ไม่จำเป็นต้องใส่ไว้ท้ายประโยคเสมอไป สามารถใช้ตรงส่วนไหนของช่วงต่อของประโยคก็ได้ ในกรณีนี้ ね จะทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังให้ตั้งใจฟังเรื่องที่กำลังพูดถึง ประโยคที่ใช้ ねลักษณะนี้ ส่วนมากจะเป็นบทสนทนาที่ไม่ค่อยเป็นทางการเท่าไร อย่างเช่น บทสนทนาระหว่างพ่อกับลูก ระหว่างเพื่อนวัยเดียวกัน

               A: けさね。
                       เมื่อเช้านี้น่ะ
               B: うん。
                       อืม
               A: ロビンソンへいったらね。
                      พอไปที่โรบินสันนะ
               B: うん。
                       อืม
               A: C さんにあったよ。
                       เจอคุณ C ด้วยล่ะ
               B: うそ。
                       จริงเปล่า

     การใช้ よ

         よ จะใช้ในกรณีที่ผู้พูดต้องการบอกเรื่องราวหรือข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ให้ผู้ฟังทราบ เรารู้แต่เขาไม่รู้ หรือ อาจจะไม่รู้

               A: タイ料理は辛いですか。
                      タイりょうりはからいですか。
                      อาหารไทยเผ็ดไหมครับ

               B: 少し辛いですけど、でも、とても美味しいですよ。
                      すこしからいですけど、でも、とてもおいしいですよ。
                      เผ็ดนิดหน่อยครับ แต่อร่อยมากเลยนะ(จะบอกให้)

    ในประโยคนี้ A อาจจะเป็นคนต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทยและยังไม่เคยทานอาหารไทยมาก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าอาหารไทยเผ็ดหรือไม่เผ็ด ส่วน B อาจจะเป็นคนไทยอีสานที่ชอบทานเผ็ดดังนั้นจึงรู้ว่าอาหารไทยเป็นอย่างไร ก็เลยตอบไปว่าอาหารไทยนะเผ็ดก็จริงแต่อร่อยนะ เป็นการให้ข้อมูลที่ตนเองทราบให้ผู้ฟังรับรู้

               A:  C さんは日本語が話せますか。
                       C さんはにほんごがはなせますか。
                       คุณ C พูดภาษาญี่ปุ่นได้หรือเปล่า

               B: とても上手ですよ。
                      とてもじょうずですよ。
                      เขาเก่งมากเลยล่ะครับ(จะบอกให้)

     ในประโยคนี้ A ไม่ทราบว่าคุณ C พูดภาษาญี่ปุ่นได้หรือไม่ แต่เรื่องนี้คุณ B ทราบก็เลยตอบไปว่า เขาเก่งมาก

      นอกจากนี้ よจะใช้ในกรณีที่ต้องการบอกความคิดความรู้สึกของตนเองว่าคิดอย่างไร กับสิ่งนั้นๆไม่สนใจว่าผู้ฟังจะคิดเหมือนกันหรือไม่ ผมคิดอย่างนี้ รู้สึกอย่างนี้ อันนี้คือความคิดของผม เช่น

               A: 今日のテスト、あまり難しくなかったね。
                      きょうのテスト、あまりむずかしくなかったね。
                      ข้อสอบวันนี้ ไม่ค่อยยากเลยเนาะ

               B: いや、難しかったよ。
                      いや、むずかしかったよ。
                      อืมมมม....ยาก(ใครว่าไม่ยาก) 

     A ต้องการบอกว่าข้อสอบวันนี้ไม่ค่อยยากเท่าไรแล้วก็คิดว่า B คงคิดคล้ายๆกัน แต่ B ก็ตะโกนออกมาดังลั่นว่าไม่จริงๆ B ใส่ よ เข้าไปเพื่อต้องการบอกกับ A ว่าคุณคิดอย่างงัยผมไม่ทราบ แต่สำหรับผมแล้วผมคิดว่ามันยาก

     การใช้よ ต้องระวังนิดหน่อยโดยเฉพาะเมื่อเวลาคุยกับผู้ใหญ่ หรือ ถึงแม้จะเป็นบทสนทนากับเพื่อนก็ตาม ถ้าใช้มากเกินความจำเป็นอาจจะทำให้ถูกมองว่าเป็นพวกหยิ่ง เอาความคิดตนเป็นหลักไม่สนใจความคิดของคนอื่น

     แต่บางกรณีการใส่ よก็จะดีกว่าไม่ใส่เหมือนกัน เช่น เพื่อนอกหักกำลังเสียใจ ต้องการปลอบเพื่อนว่าผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกก็ใส่ よ เข้าไปให้ประโยคที่พูดมันหนักแน่นมากยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าเราตั้งใจฟังเข้าใจปัญหาของเขาเลยแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมา

               大丈夫だよ。
               だいじょうぶだよ。
               ไม่เป็นไรหรอกน่า

         การใช้よね

      คำนี้ใช้เน้นความคิดของผู้พูดว่าคิดอย่างนี้ แล้วพร้อมกันนั้นก็ดึงผู้ฟังให้เห็นด้วยกับความคิดของตนเอง เป็นการนำหน้าที่การทำงานของทั้ง よ และ ね มารวมกัน

               A: 今週の金曜日は休みですよね。
                        こんしゅうのきんようびはやすみですよね。
                        วันศุกร์นี้เป็นวันหยุดเนาะ (ผมจำได้ ผมคิดว่าน่าจะใช่ แล้วคุณก็คงคิดว่าใช่ใช่ไหม)

               B: ええ、そうです。
                       ใช่

   ในประโยคนี้ A จำได้ว่าวันศุกร์นี้เป็นวันหยุด คิดว่าน่าจะเป็นวันหยุดแน่ๆ(การใช้ よ) แต่ความจริงแล้ว A ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรก็เลยถาม B ไปเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองว่า B ก็คงคิดเช่นเดียวกัน(การใช้ ね)

               あの人、すごい格好いいですよね。
               あのひと、すごいかっこういいですよね。
               เขา เท่ห์มากเลยเนาะ(ฉันคิดอย่างนี้ แล้วเธอก็คิดเหมือนฉันใช่ไหมว่าเขาเท่ห์มาก)

               期末試験は確か、来週の月曜日からですよね。
               きまつしけんはたしか、らいしゅうのげつようびからですよね。
               สอบไล่ ถ้าจําไม่ผิด เริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้าเนาะ(เน้นข้อมูลที่มีอยู่ของตนเอง พร้อมกับถามให้แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้อง)

     よね ถ้าดูผิวเผินจะมีความหมายใกล้เคียงกับ ね มาก แต่เนื่องจากมี よ อยู่ด้วย ดังนั้นความหนักแน่นในความคิด ความรู้สึกของผู้พูดจึงมีมากกว่า ねเฉยๆ

     ที่อธิบายไปทั้งหมดก็เป็นใช้ よ、ね、よね อย่างง่ายๆ ก็ลองนําไปใช้ดู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คําเหล่านี้จะใช้ให้เก่งต้องฟังมากๆ เลียนแบบมากๆ ตอนแรกใช้ผิดใช้ถูกก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปผิดแบบว่า เปลี่ยนลําดับจาก よね เป็น ねよ ถ้าผิดแบบนี้มันรุนแรงเกินไปยากจะให้อภัย ねよ มันไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น

このサイトはすごくためになるよね。 



 
 

Copyright (c) Hokuto Japanese-Thai Communication Point 2002-2003